
อย่าปล่อยให้กระบวนการเคลือบผลิตภัณฑ์มาเป็นสาเหตุทำให้คุณขาดทุนอีกเลย
คุณเคยสังเกตไหมว่า อุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นแหละที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ๆ ในที่สุด? อย่างเช่น หลอดไฟที่เสีย หรือกระบวนการเคลือบที่ไม่สม่ำเสมอ คุณต้องหยุดกระบวนการผลิตเพื่อเปลี่ยนอะไหล่ แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่ ดูเหมือนจะใช้เวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย
เมื่อสายพานหยุดทำงาน กำไรของคุณก็หยุดลงด้วย ในโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูง ช่วงเวลาที่กระบวนการผลิตหยุดชะงักเหล่านี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก คุณไม่เพียงแต่ต้องจ่ายค่าอะไหล่ใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องจ่ายค่าเวลาที่โรงงานหยุดทำงานอีกด้วย
เคล็ดลับในการค้นหาจุดที่เหมาะสม
นี่คือจุดที่เครื่องมือจับเวลาการเคลือบมีประโยชน์จริงๆ ให้มองว่ามันเป็นอะไรมากกว่าเพียงเครื่องจับเวลาธรรมดาๆ เพราะมันจะช่วยติดตามเวลาที่อุปกรณ์ทำงานได้อย่างแม่นยำ
ปัญหาก็คือ หลอดไฟไม่ได้เสียทันทีเสมอไป บ่อยครั้งมันจะค่อยๆ เสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ
ถ้าคุณสังเกตเห็นว่ากระบวนการผลิตชะลอตัวลงเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะเคลือบสมบูรณ์ นั่นแหละคือจุดที่คุณต้องแก้ไข คุณกำลังเสียกำไรไปเพราะอุปกรณ์ของคุณเสื่อมสภาพ คุณกำลังจ่ายค่าอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพด้วยกำลังการผลิตของตัวเอง
เลิกเดา มาวางแผนแทน
เราต้องกำจัดความสูญเสียที่มองไม่เห็นเหล่านั้นให้หมดไป
เมื่อคุณมีข้อมูลจริงๆ คุณก็จะไม่ต้องเดาอีกต่อไป คุณไม่ต้องรอให้อุปกรณ์เสียก่อนแล้วค่อยแก้ไข คุณสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้เลย ซึ่งจะช่วยลดความเครียดได้มาก
นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณสามารถควบคุมกำลังไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย อุปกรณ์ที่มีกำลังไฟฟ้าสูงจะช่วยให้เกิดความร้อนที่เพียงพอ แต่ก็ส่งผลเสียต่ออุปกรณ์เช่นกัน หากคุณใช้อุปกรณ์ด้วยกำลัง 100% โดยไม่คอยตรวจสอบกระบวนการผลิต ก็เท่ากับคุณกำลังเสี่ยงให้อุปกรณ์เสียได้
การหาจุดที่เหมาะสมที่สุด
มันเป็นเรื่องของการหาจุดสมดุล
ถ้าคุณใช้อุปกรณ์เร็วเกินไป ผลิตภัณฑ์ก็จะเคลือบไม่สมบูรณ์ และมีของเสียเยอะ แต่ถ้าคุณใช้อุปกรณ์ช้าเกินไป คุณก็จะขาดทุนไปอีก
เครื่องมือจับเวลาจะช่วยให้คุณหาจุดที่เหมาะสมที่สุดได้ คุณอาจจะสามารถลดเวลาการเคลือบได้เล็กน้อย อาจดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าคิดในแต่ละกะการผลิต มันก็เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
นี่คือวิธีที่คุณจะสามารถเรียกคืนกำไรที่สูญเสียไปเพราะการหยุดทำงานของอุปกรณ์ได้