
มาพูดถึงเครื่องทำความร้อนแบบไฮโลเจน R7 กันดีกว่า หากคุณเคยใช้เครื่องทำความร้อนประเภทนี้มาก่อน คุณก็คงรู้ดีถึงความรู้สึกดีๆ เมื่อเปิดสวิตช์ ความร้อนก็จะเกิดขึ้นทันที ไม่ต้องรอให้หลอดไฟร้อนขึ้นหรืออากาศอุ่นขึ้นช้าๆ นั่นแหละคือเสน่ห์ของหลอดไฟไฮโลเจน R7 เราสร้างเครื่องทำความร้อนนี้โดยใช้ไส้ทังสเตนที่อยู่ภายในท่อควอตซ์ และเติมก๊าซไฮโลเจนเข้าไปด้วย ทำไมต้องใช้ก๊าซล่ะ? เพราะก๊าซช่วยป้องกันไม่ให้ไส้ทังสเตนระเหยไปเร็วเกินไป ทำให้หลอดไฟสามารถทำงานได้นานขึ้นโดยไม่เสียหาย เรื่องพลังงาน ส่วนฐานของหลอดไฟนั้นมีโครงสร้างแบบสปริง ซึ่งดีมาก เพราะไม่ว่าความยาวของท่อไฟจะผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย ก็ยังสามารถถอดเข้าไปได้อย่างแน่นหนา เครื่องทำความร้อนส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในบ้านนั้นใช้กระแสไฟ 230V โดยกำลังไฟขึ้นอยู่กับความยาวของท่อไฟ ยิ่งมีกำลังไฟมากเท่าไหร่ ความร้อนที่ได้ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หลอดไฟนี้ใช้รังสีอินฟราเรดความยาวคลื่นสั้น ดังนั้นจึงไม่เสียเวลาไปกับการทำให้อากาศในห้องร้อนขึ้น แต่จะส่งความร้อนไปยังสิ่งที่คุณต้องการทำความร้อนโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วมาก ข้อควรระวังเกี่ยวกับควอตซ์ เราใช้ควอตซ์ที่มีความแข็งแรงสูง เพราะสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดี แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่อย่างหนึ่ง… อย่าไปสัมผัสกระจกด้วยนิ้วเปล่าโดยเด็ดขาด! น้ำมันจากผิวหนังของคุณอาจทิ้งรอยไว้บนกระจก ซึ่งอาจทำให้กระจกแตกหรือเสียหายได้เร็วขึ้น หากคุณสัมผัสกระจกไปแล้ว ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ก่อนจะเสียบปลั๊ก ส่วนตัวเชื่อมต่อของหลอดไฟ R7 นั้นก็เป็นแบบมาตรฐาน ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเลย เมื่อหลอดไฟเสีย ก็แค่เปลี่ยนหลอดใหม่แล้วก็ใช้งานต่อไปได้เลย เคล็ดลับในการใช้งาน หลอดไฟนี้สามารถสร้างความร้อนได้มากมายในพื้นที่ขนาดเล็ก ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่าตัวเครื่องที่ใช้บรรจุหลอดไฟนั้นสามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ ไม่เช่นนั้นก็อาจทำให้เครื่องเสียหายได้ นอกจากนี้ ควรดูแลกระจกที่ใช้ส่งความร้อนด้วย หากกระจกมีฝุ่นหรือรอยขีดข่วน ก็จะทำให้ความร้อนไม่สามารถส่งไปยังสิ่งที่คุณต้องการทำความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมว่า การใช้กำลังไฟสูงมากๆ ก็มีข้อเสียเช่นกัน ไส้ทังสเตนอาจไม่สามารถทนได้นานเท่าไหร่ ดังนั้นควรเลือกกำลังไฟให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง จะได้ไม่ทำให้สวิตช์ไฟขัดข้อง